Policies and Procedures พิมพ์

นโยบายและระเบียบปฎิบัติ


บทที่ 1: คำนิยาม
           สมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจ  หมายถึง บุคคลที่สมัครเป็นสมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจกับบริษัท เพื่อมีสิทธิ์ในการสั่งซื้อผลิตภัณฑ์พร้อมส่วนลด และได้รับสิทธิ์อื่นๆ เช่น สามารถแนะนำสมาชิกได้ รับข่าวสารของบริษัท สิทธิประโยชน์จากสาขาเอสเนเจอร์ และค่าตอบแทนต่างๆ ตามแผนการจ่ายผลตอบแทนที่บริษัทได้กำหนดไว้
           สมาชิกผู้บริโภค  หมายถึง บุคคลที่สมัครเป็นสมาชิกผู้บริโภคกับบริษัท เพื่อมีสิทธิ์ในการสั่งซื้อผลิตภัณฑ์พร้อมส่วนลด และได้รับสิทธิ์อื่นๆ เช่น ข่าวสารของบริษัท สิทธิประโยชน์จากสาขาเอสเนเจอร์ ยกเว้น ค่าตอบแทนต่างๆ ตามแผนการจ่ายผลตอบแทนที่บริษัทได้กำหนดไว้
           บริษัท หมายถึง บริษัท ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ จำกัด (มหาชน)
           ผู้แนะนำ หมายถึง สมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจที่แนะนำธุรกิจหรือผลิตภัณฑ์กับอีกบุคคลหนึ่งซึ่งได้สมัครเป็นสมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจหรือสมาชิกผู้บริโภคกับธุรกิจเครือข่าย  เอสเนเจอร์ของบริษัทในเวลาต่อมา
           ผู้มุ่งหวัง หมายถึง บุคคลที่สนใจที่จะสมัครเป็นสมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจหรือสมาชิกผู้บริโภคกับธุรกิจเครือข่าย เอสเนเจอร์ ของบริษัท เพื่อบริโภคส่วนตัวหรือเพื่อทำเป็นธุรกิจ
           ผู้สมัครร่วม หมายถึง สามีหรือภรรยาตามหลักฐานทะเบียนสมรสของผู้สมัครสมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจ โดยสั่งซื้อผลิตภัณฑ์ หรือดำเนินธุรกิจในรหัสสมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจเดียวกัน
           ผลิตภัณฑ์ หมายถึง ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ภายใตัเครื่องหมายการค้า เอสเนเจอร์ของบริษัท
           ชุดสมัคร หมายถึง ชุดคู่มือเอกสารต่างๆ ที่บริษัทได้จัดเตรียมไว้ให้สมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจ เช่น นโยบายและระเบียบปฏิบัติ แผนการจ่ายผลตอบแทน เป็นต้น
           การโอนสิทธิ์ หมายถึง การโอนสิทธ์ในการเป็นสมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจและผลตอบแทนต่างๆ ที่ได้มาเนื่องจากการเป็นสมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจให้กับบุคคลซึ่งเป็นทายาทเพื่อมาดำเนินธุรกิจต่อ ซึ่งสมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจต้องแจ้งความประสงค์มายังบริษัท และการโอนสิทธิ์จะต้องเป็นไปตามเงื่อนไขที่ระบุในนโยบายและระเบียบปฏิบัติของบริษัท
           การรักษาสิทธิ์สมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจหรือสมาชิกผู้บริโภคภาพตลอดชีพ หมายถึง การที่สมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจหรือสมาชิกผู้บริโภคผู้นั้นจะต้องมีการสั่งซื้อสินค้าในรหัสสมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจ หรือรหัสสมาชิกผู้บริโภคของตนเอง อย่างน้อย 1 ครั้งใน 12 เดือน (โดยเริ่มนับจากเดือนที่สมัคร)
           การรักษาสิทธิ์เพื่อรักษาโครงสร้างองค์กร หมายถึง การที่สมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจหรือสมาชิกผู้บริโภคนั้นจะต้องมีการสั่งซื้อสินค้าในรหัสสมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจหรือสมาชิกผู้บริโภคของตนเองอย่างน้อย 1 ครั้งใน 12 เดือน (โดยเริ่มนับจากเดือนที่สมัคร)
           ผลตอบแทน หมายถึง ผลประโยชน์และค่าตอบแทนที่ธุรกิจเครือข่าย เอสเนเจอร์ของบริษัท จ่ายให้กับสมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจตามคู่มือแผนการจ่ายผลตอบแทน และค่าตอบแทนในรูปแบบอื่นๆ อาทิ รายได้จากการแข่งขันที่บริษัทให้เนื่องจากการส่งเสริมการขายนอกเหนือจากแผนการจ่ายผลตอบแทน
          อุปกรณ์ส่งเสริมการขาย หมายถึง เครื่องมือหรืออุปกรณ์ใดๆ ที่ใช้เพื่อช่วยในการนำเสนอ สร้างโอกาสในการดำเนินธุรกิจ การจำหน่ายผลิตภัณฑ์ หรือการหาผู้มุ่งหวังเพื่อมาเป็นสมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจหรือสมาชิกผู้บริโภค ของบริษัท
          สาขาเอสเนเจอร์ หมายถึง ศูนย์บริการที่จัดตั้งขึ้นโดยบริษัท เพื่อรับสมัครสมาชิกจำหน่ายผลิตภัณฑ์ หรือให้บริการเกี่ยวเนื่องกับผลิตภัณฑ์ของบริษัท
บทที่ 2: การเข้าร่วมดำเนินธุรกิจ

การเข้าร่วมดำเนินธุรกิจ
บุคคลที่จะเข้าร่วมเป็นสมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจกับธุรกิจเครือข่าย เอสเนเจอร์ของบริษัท แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ
1) สมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจ  (Business Partner Member)
2) สมาชิกผู้บริโภค (Consumer Member)


คุณสมบัติและเอกสารที่จำเป็นสำหรับการสมัครเข้าร่วมเป็นสมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจ หรือสมาชิกผู้บริโภค

ประเภท คุณสมบัติ เอกสาร
สมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจประเภทบุคคลธรรมดา   

-  เป็นผู้บรรลุนิติภาวะ
-  ผู้ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ แต่ต้องการสมัครเป็นสมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจจะต้องให้ผู้ปกครองเป็นผู้สมัครหลักและผู้เยาว์เป็นผู้สมัครร่วม                                                                        

-  เป็นบุคคลต่างด้าวที่ภูมิลำเนาอยู่ในประเทศไทย
-  สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน/บัตรข้าราชการ/รัฐวิสาหกิจ/สำเนาหลักฐานบุคคลต่างด้าว
-  สำเนาบัญชีเงินฝากธนาคารประเภทออมทรัพย์
-  สำเนาบัตรประจำตัวผู้เสียภาษี (ถ้ามี)
-  เอกสารทุกฉบับต้องมีการรับรองสำเนาถูกต้อง
-  ในกรณีที่มีผู้สมัครร่วม ผู้สมัครร่วมจะต้องมีคุณสมบัติดังกล่าวข้างต้นและต้องแนบสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้สมัครร่วมด้วย
สมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจประเภทคณะบุคคล/นิติบุคคล    

-  คณะบุคคลหรือบุคคลผู้มีอำนาจลงนามเป็นบุคคลที่มีสัญชาติไทย   

-  นิติบุคคล
-  เอกสารการจัดตั้งคณะบุคคล/นิติบุคคล
-  สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของทุกคนที่มีชื่ออยู่ในคณะบุคคล/นิติบุคคลนั้นๆ
-  สำเนาบัญชีเงินฝากธนาคารในนามคณะบุคคล/นิติบุคคล
-  สำเนาบัตรประจำตัวผู้เสียภาษีในนามคณะบุคคล/นิติบุคคล
-  เอกสารทุกฉบับต้องมีการรับรองสำเนาถูกต้อง
       
สมาชิกผู้บริโภค
-  อายุ 18 ปีขึ้นไป   

-  สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน/บัตรข้าราชการ/รัฐวิสาหกิจ
-  เอกสารทุกฉบับต้องมีการรับรองสำเนาถูกต้อง
-  หากสมาชิกผู้บริโภคต้องการเปลี่ยนสถานภาพเป็นสมาชิกธุรกิจสามารถทำได้โดยซื้อชุดสมัครประเภทสมาชิกธุรกิจ และกรอกเอกสารให้สมบูรณ์พร้อมยื่นเอกสารให้บริษัทดำเนินการ


การเข้าร่วมเป็นสมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจหรือสมาชิกผู้บริโภคกับธุรกิจเครือข่าย เอสเนเจอร์ ของบริษัท

  1. ผู้สมัครจะต้องสั่งซื้อชุดสมัครประเภทสมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจ หรือประเภทสมาชิกผู้บริโภคอย่างใดอย่างหนึ่งโดยตรงจากบริษัทหรือจากสมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจ ที่ได้รับอนุญาตจากบริษัทแล้ว เมื่อผู้สมัครได้ศึกษารายละเอียดจากชุดสมัครดังกล่าวแล้ว ผู้สมัครจะต้องกรอกข้อความในใบสมัครให้ครบถ้วนและสมบูรณ์ พร้อมทั้งแนบเอกสารที่จำเป็นแล้วส่งมายังบริษัท
  2. หากมีการแก้ไขหรือเพิ่มเติมข้อความในใบสมัคร ผู้สมัครจะต้องทำเป็นลายลักษณ์อักษรพร้อมทั้งลงนามกำกับในเอกสารและส่งกลับมายังบริษัท
  3. ผู้สมัครตกลงว่าจะให้ข้อมูลที่เป็นความจริง ไม่ปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้ง ไม่ปลอมแปลงเอกสารการสมัคร รวมทั้งยินดีที่จะให้เอกสารและข้อมูลเพิ่มเติมตามที่บริษัทต้องการ
  4. หากบริษัทพบว่าผู้สมัครให้ข้อมูลที่เป็นเท็จหรือปลอมแปลงเอกสาร บริษัทมีสิทธิ์ที่จะยกเลิกการสมัครเข้าเป็นสมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจหรือสมาชิกผู้บริโภคทันที
  5. การเข้าเป็นสมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจ หรือสมาชิกผู้บริโภคจะสมบูรณ์ และมีผลบังคับใช้เมื่อผู้สมัครได้ลงนามในใบสมัคร และบริษัทได้อนุมัติเรียบร้อยแล้ว บริษัทสงวนสิทธิ์ในการยอมรับหรือปฏิเสธใบสมัครแต่เพียงผู้เดียว โดยมิต้องแจ้งให้ทราบถึงเหตุใดๆ
  6. ในการเป็นสมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจ หรือสมาชิกผู้บริโภคกับธุรกิจเครือข่าย เอสเนเจอร์ของบริษัท ผู้สมัครไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมใดๆ ทั้งสิ้น นอกจากการซื้อชุดสมัคร ผู้สมัครมีสิทธิ์ในการตัดสินใจอย่างอิสระว่าผู้สมัครต้องการสั่งซื้อผลิตภัณฑ์หรือไม่ จะไม่มีการบังคับแต่อย่างใด
บทที่ 3: ระเบียบข้อบังคับและความรับผิดชอบของการเป็นสมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจ

ระเบียบข้อบังคับของการเป็นสมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจและสมาชิกผู้บริโภค

  1. สำหรับการสมัครสมาชิกผู้บริโภค ผู้ที่สมัครเป็นสมาชิกต้องมีอายุ 18 ปีขึ้นไป ส่วนการสมัครเป็นสมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจ ผู้สมัครต้องเป็นผู้บรรลุนิติภาวะ โดยมีอายุครบ 20 ปี หรือโดยการสมรส หากเป็นผู้เยาว์ที่มีอายุไม่ถึง 20 ปี ต้องการสมัครเป็นสมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจ จะต้องให้ผู้ปกครองเป็นผู้สมัครหลัก และผู้เยาว์เป็นผู้สมัครร่วม
  2. บุคคลใดบุคคลหนึ่งสามารถสมัครเป็นสมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจหรือสมาชิกผู้บริโภคกับบริษัทได้เพียง 1 รหัส เท่านั้น หากบริษัทพบสมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจหรือสมาชิกผู้บริโภคคนใดมีรหัส มากกว่า 1 รหัส บริษัทจะถือว่ารหัส ที่เกิดขึ้นหลังจาก รหัสแรกเป็นโมฆะ
  3. สามีและภรรยาที่ต้องการเป็นสมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจจะต้องทำการสมัครเป็นสมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจในรหัสเดียวกัน สามีหรือภรรยาไม่สามารถได้รับการแนะนำจากผู้แนะนำต่างกลุ่มสมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจกัน หากบริษัทพบว่าสามีหรือภรรยาสมัครแยกรหัสกัน บริษัทจะทำการรวมรหัสทั้งสองเข้าด้วยกัน โดยจะคงรหัสที่สมัครก่อนไว้ แล้วจะทำการยกเลิกรหัสที่สมัครหลัง ทั้งนี้การพิจารณาลำดับการสมัครสมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจจะถือวันที่ ที่สมัครเป็นสำคัญ
  4. กรณีที่สมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจหรือสมาชิกผู้บริโภคมีการสมรสกันสามารถยื่นเรื่องมายังบริษัทเพื่อขอใช้รหัสเดียวกัน
  5. ในกรณีที่สมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจ 2 คนอยู่ต่างกลุ่มสมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจกัน แล้วทำการสมรสกัน สมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจสามารถคงรหัสใดรหัสหนึ่งไว้ได้ และยกเลิกรหัสอีกรหัสหนึ่ง หรือสมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจทั้งคู่จะคงรหัสไว้ซึ่งสถานภาพเดิมภายใต้ผู้แนะนำเดิม
  6. สมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจหรือสมาชิกผู้บริโภค สามารถลาออกจากการเป็นสมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจหรือสมาชิกผู้บริโภคโดยการแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรถึงบริษัท
  7. ในการไปนำเสนอสินค้า หรือโอกาสทางธุรกิจกับผู้บริโภค หรือผู้มุ่งหวัง สมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจมีหน้าที่ต้องแสดงบัตรประจำตัวสมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจที่ออกให้โดยบริษัททุกครั้ง
  8. สมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจหรือสมาชิกผู้บริโภคมีหน้าที่ในการส่งมอบเอกสารการซื้อ-ขายให้แก่ผ้บริโภคทุกครั้ง
         
 ความรับผิดชอบของการเป็นสมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจและสมาชิกผู้บริโภค
  1. สมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจหรือสมาชิกผู้บริโภคมีหน้าที่โดยตรงในการศึกษาและปฏิบัติตามนโยบายและระเบียบข้อบังคับของบริษัทอย่างเคร่งครัด
  2. สมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจหรือสมาชิกผู้บริโภค มิใช่พนักงานประจำ ตัวแทนนายหน้า ผู้แทน หุ้นส่วน ผู้ถือหุ้นตามกฎหมายของบริษัท หรือเป็นผู้มีอำนาจกระทำการแทนบริษัท ดังนั้น สมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจหรือสมาชิกผู้บริโภค ต้องไม่แสดงตัวว่าเป็นพนักงานประจำ ตัวเเทน นายหน้า ผู้แทน หุ้นส่วน ผู้ถือหุ้นตามกฎหมายของบริษัท หรือเป็นผู้มีอำนาจกระทำการแทนบริษัท ข้อสัญญาหรือภาระผูกพันต่างๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างสมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจหรือสมาชิผู้บริโภคกกับบุคคล หรือนิติบุคคลอื่น เป็นความรับผิดชอบเฉพาะตัวของสมาชิกหุ้นธุรกิจหรือสมาชิกผู้บริโภคแต่เพียงผู้เดียว
  3. สมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจ จะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากการดำเนินธุรกิจเครือข่าย เอสเนเจอร์ของบริษัท รวมถึงภาระภาษีอันเกิดจากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์หรือจากผลตอบแทนที่ได้รับ
  4. สมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจจะต้องจำหน่ายผลิตภัณฑ์ตามราคาที่บริษัทกำหนดในแค็ตตาล็อกอย่างเคร่งครัด
  5. สมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจจะต้องนำเสนอผลิตภัณฑ์ ในการดำเนินธุรกิจ และจัดฝึกอบรมอย่างมีจรรยาบรรณ อาทิเช่น
          - ไม่อวดอ้างสรรพคุณของผลิตภัณฑ์เกินความเป็นจริง
          - ไม่บิดเบือนราคา ระดับหรือโอกาสในการดำเนินธุรกิจ ปริมาณ น้ำหนัก และจำนวนผลิตภัณฑ์ที่มี
          - ไม่นำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มิใช่ของบริษัท
          - ไม่รับประกันใดๆ เกี่ยวกับสินค้าในนามบริษัท นอกเหนือจากการรับประกันที่บริษัทกำหนดไว้
          -  ต้องนำเสนอโอกาสในการดำเนินธุรกิจและแผนการจ่ายผลตอบแทนอย่างตรงไปตรงมา ไม่สัญญาหรือรับรองรายได้ที่แน่นอน และไม่ทำให้เข้าใจว่าสามารถประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจโดยมิต้องทุ่มเท
  6. สมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจ จะไม่ส่งเสริม โน้มน้าว ชักจูง ให้ความช่วยเหลือ หรือเสนอผลประโยชน์ต่อสมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจอื่น ที่มิได้อยู่ในกลุ่มสมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจของตน เพื่อให้ลาออกจากการเป็นสมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจที่เป็นอยู่ และไปสมัครกับผู้แนะนำรายใหม่ หรือชักชวนสมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจหรือสมาชิกผู้บริโภคในสายงานอื่นให้มาสั่งซื้อสินค้าในสายงานของตน
  7. สมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจ จะไม่หลอกลวง บีบบังคับ หรือกดดันให้ลูกค้าสั่งซื้อผลิตภัณฑ์ โดยที่ลูกค้าไม่ได้รับข้อมูลถูกต้องในทุกๆ ด้าน
  8. สมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจหรือสมาชิกผู้บริโภคไม่สามารถจัดรายการส่งเสริมการขายผลิตภัณฑ์เพื่อสมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจ หรือสมาชิกผู้บริโภคภายนอกกลุ่มของตน รวมทั้งไม่สามารถจัดรายการส่งเสริมการขายที่เป็นสาธารณะ และการจัดรายการส่งเสริมการขายจะต้องทำเพื่อจุดประสงค์การสนับสนุนการทำธุรกิจภายในกลุ่มสมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจ หรือสมาชิกผู้บริโภคของตนเท่านั้น
  9. สมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจหรือสมาชิกผู้บริโภค ต้องไม่จำหน่าย จัดแสดงผลิตภัณฑ์และอุปกรณ์ส่งเสริมการขายของบริษัทผ่านร้านค้าปลีก ร้านค้าส่ง ร้านขายยา สถานศึกษา ร้านสหกรณ์ งานแสดงสินค้า ตลาด หรือที่สาธารณะต่างๆ ที่มีกิจกรรมใกล้เคียงกับลักษณะดังกล่าว รวมถึงกระทำผ่านอินเทอร์เน็ต เว้นแต่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากบริษัท ทั้งนี้สมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจจะต้องยื่นเอกสารแสดงความจำนง พร้อมรายละเอียดของกิจกรรมที่จะเข้าร่วมมายังบริษัทล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วัน
  10. สมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจหรือสมาชิกผู้บริโภคต้องไม่จัดส่งผลิตภัณฑ์และอุปกรณ์ส่งเสริมการขายของบริษัทให้กับบุคคลใดก็ตาม ที่มีจุดประสงค์ที่จะนำผลิตภัณฑ์และอุปกรณ์ส่งเสริมการขายดังกล่าว ไปจำหน่ายยังร้านค้าปลีก ร้านค้าส่ง หรือสถานที่ใดที่มีลักษณะใกล้เคียงกันอีกทอดหนึ่ง
  11. สมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจจะต้องไม่เข้าร่วม หรือสนับสนุน ชักชวนโดยตรงหรือโดยอ้อมให้สมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจในกลุ่มเข้าร่วมโดยตรงหรือโดยอ้อมในธุรกิจขายตรง หรือธุรกิจการตลาดแบบเครือข่ายที่ดำเนินธุรกิจในลักษณะเดียวกันหรือคล้ายคลึงกันกับธุรกิจเครือข่าย เอสเนเจอร์ ของบริษัท หากบริษัทพบว่ามีสมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจคนใดฝ่าฝืนนโยบายข้อนี้หรือถ้าบริษัทมีเหตุผลอันควรที่จะเชื่อว่ามีการฝ่าฝืนนโยบายดังกล่าว บริษัทขอสงวนสิทธิ์ที่จะยกเลิกการเป็นสมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจได้ทันที หรือดำเนินการใดๆ ตามที่บริษัทเห็นสมควร
  12. สมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจหรือสมาชิกผู้บริโภค จะต้องไม่กระทำการใดๆ อันอาจจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อองค์กรทางธุรกิจทั้งในสายงานของตนหรือของบุคคลอื่น หรือสร้างความแตกแยกระหว่างสมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจหรือสมาชิกผู้บริโภค หรือให้ข้อมูลกับสมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจหรือสมาชิกผู้บริโภคอื่นๆ ที่ทำให้ธุรกิจของบริษัทเสียหาย หากสมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจหรือสมาชิกผู้บริโภคคนใดฝ่าฝืนนโยบายข้อนี้ บริษัทขอสงวนสิทธิ์ที่จะใช้มาตรการลงโทษตามความเหมาะสม รวมถึงการยกเลิกการเป็นสมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจหรือสมาชิกผู้บริโภคโดยทันที
บทที่ 4: การเป็นผู้แนะนำและความรับผิดชอบของผู้แนะนำ
  1. การที่สมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจจะเป็นผู้แนะนำได้นั้น สมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจมีหน้าที่โดยตรงในการศึกษา และปฏิบัติตามนโยบาย และระเบียบข้อบังคับของบริษัทอย่างเคร่งครัด
  2. เมื่อผู้แนะนำให้การแนะนำบุคคลที่ต้องการจะเข้ามาเป็นสมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจหรือสมาชิกผู้บริโภคให้มาสมัครเป็นสมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจ หรือสมาชิกผู้บริโภคได้สำเร็จนั้น ผู้แนะนำเข้าใจดีว่าสมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจหรือสมาชิกผู้บริโภคดังกล่าว เป็นกลุ่มสมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจหรือสมาชิกผู้บริโภคของตน ผู้แนะนำมีหน้าที่ให้ความรู้ ให้คำแนะนำ ให้คำปรึกษา รวมถึงการดูแลต่างๆ เท่าที่จำเป็นแก่สมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจ หรือสมาชิกผู้บริโภคดังกล่าว
  3. ผู้แนะนำเข้าใจดีว่าในการชักชวนบุคคลใดๆ ให้มาเป็นกลุ่มสมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจหรือสมาชิกผู้บริโภคของผู้แนะนำนั้น ผู้แนะนำมีหน้าที่ที่จะต้องชี้แจงให้บุคคลนั้นทราบถึงนโยบายและระเบียบข้อบังคับของการเป็นสมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจหรือสมาชิกผู้บริโภค รวมทั้งแจ้งให้ทราบว่า ในการสมัครเป็นสมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจหรือสมาชิกผู้บริโภคกับบริษัทนั้น ผู้สมัครไม่มีข้อผูกมัดทางการเงินใดๆ กับบริษัท นอกจากการซื้อชุดสมัครจากบริษัทตามราคาที่บริษัทกำหนดเท่านั้น ทั้งนี้ในการเป็นหุ้นส่วนธุรกิจหรือสมาชิกผู้บริโภคจะไม่มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมใดๆ เพิ่มเติม หรือการบังคับให้ซื้อผลิตภัณฑ์ใดๆ ทั้งสิ้น
  4. ผู้แนะนำควรให้การฝึกอบรมในเรื่องการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ การนำเสนอโอกาสในการดำเนินธุรกิจ ทักษะในการบริหารจัดการ และการเสริมสร้างกำลังใจให้กับสมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจที่อยู่ภายในกลุ่มสมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจของตนอย่างสม่ำเสมอ โดยให้สอดคล้องกับแนวทาง และข้อกำหนดตามนโยบายและระเบียบข้อบังคับของบริษัท
  5. ผู้แนะนำควรสนับสนุนให้กลุ่มสมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจหรือสมาชิกผู้บริโภคของตนเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ที่บริษัทจัดขึ้น
  6. ในกรณีที่เกิดเรื่องราวหรือข้อขัดแย้งหรือข้อพิพาทต่างๆ ระหว่างสมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจหรือสมาชิกผู้บริโภคภายในกลุ่ม หรือระหว่างกลุ่ม ผู้แนะนำจะต้องพยายามยุติ หรือระงับเรื่องราวและข้อพิพาทต่างๆ ที่เกิดขึ้นโดยทันที
  7. ผู้แนะนำไม่สามารถบังคับให้สมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจหรือสมาชิกผู้บริโภคในกลุ่มของตนสั่งซื้อสินค้าโดยที่บุคคลนั้นไม่ยินยอม
บทที่ 5: แผนการจ่ายผลตอบแทนและการนำเสนอ

ธุรกิจเครือข่าย เอสเนเจอร์  ของบริษัท ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ จำกัด (มหาชน) เป็นธุรกิจการตลาดเครือข่าย (Network Marketing) ที่ถูกต้องตามกฎหมายสำหรับสมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจโดยบริษัทมุ่งมั่นที่จะดำเนินธุรกิจอย่างมีจรรยาบรรณ รวมทั้งสร้างการรับรู้และความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับธุรกิจการตลาดแบบเครือข่ายให้กับบุคคลทั่วไป ซึ่งการสร้างการรับรู้และความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับธุรกิจจนถึงระดับที่บุคคลทั่วไปยอมรับกันในธุรกิจนั้น จะต้องได้รับความร่วมมือจากสมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจ ทุกท่านที่จะดำเนินธุรกิจอย่างมีจรรยาบรรณและดำเนินธุรกิจอย่างแท้จริง เพื่อผลตอบแทนในระยะยาว เนื่องจากธุรกิจการตลาดแบบเครือข่ายและระบบปิระมิดหรือแชร์ลูกโซ่มีลักษณะบางประการที่คล้ายคลึงกัน จึงเป็นช่องทางให้มีบุคคลแอบอ้างและดำเนินการจนสร้างความสับสนและความเข้าใจผิดว่าธุรกิจการตลาดแบบเครือข่าย ก็คือ ระบบปิระมิด หรือแชร์ลูกโซ่นั่นเอง
อย่างไรก็ตาม ระบบการตลาดแบบเครือข่าย และระบบปิระมิด ก็มีความแตกต่างกันในวิธีปฏิบัติและวัตถุประสงค์ของการดำเนินธุรกิจ ดังสรุปในตารางต่อไปนี้


ความแตกต่างระหว่างระบบการตลาดแบบเครือข่าย และระบบปิระมิดหรือแชร์ลูกโซ่ 

 1. ค่าธรรมเนียมในการเริ่มต้นธุรกิจ ใช้เงินทุนต่ำโดยเป็นค่าสมัครเท่านั้น  1. ค่าธรรมเนียมในการสมัครใช้เงินลงทุนสูง ผู้สมัครจะถูกหลอกให้จ่ายค่าฝึกอบรมและซื้อสินค้าเกินความ
ต้องการ ผลกำไรส่วนใหญ่มาจากค่าสมัครเป็นสมาชิก (ค่าหัว)
 2.จำหน่ายสินค้าหลากหลายชนิดที่มีคุณภาพสูงยอดขายจะมาจากการจำหน่ายสินค้า ได้ซ้ำ และความพึงพอใจของลูกค้าเป็นสำคัญ บริษัทจะใช้งบประมาณจำนวนมากเพื่อการวิจัย ค้นคว้า และพัฒนาคุณภาพสินค้า  2. ไม่สนใจที่จะจำหน่ายสินค้าคุณภาพ ส่วนใหญ่มักเป็นสินค้าคุณภาพต่ำ และได้ผลกำไรตอบแทนสูง รายได้จะมาจากการรับสมัครสมาชิกใหม่ ซึ่งจะต้องถูกบังคับซื้อสินค้าที่มีราคาสูงเป็นจำนวนมาก
 3. รับประกันคุณภาพความพอใจในตัวสินค้าโดยการคืนเงิน ลูกค้าลามารถเปลี่ยนหรือคืนสินค้าได้เมื่อต้องการ ภายในระยะเวลาที่เหมาะสม  3. ไม่มีนโยบายรับซื้อสินค้ากลับคืน เพราะอาจทำให้ระบบปิระมิดล้มได
 4. ตระหนักถึงการดำเนินธุรกิจในระยะยาวในทุกสาขาทุกประเทศ เพราะบริษัทมีความรับผิดชอบต่อผู้ขายซึ่งเป็นผู้ดำเนินธุรกิจอย่างแท้จริง  4. ร่ำรวยในเวลาอันรวดเร็ว (Get-Rich-Quick scheme) ผู้เข้าร่วมจำนวนมากที่ก้นปิระมิดจะเป็นผู้จ่ายเงินให้แก่คนเพียงไม่กี่คนที่อยู่ใน ระดับจุดยอด ของปิระมิด ซึ่งธุรกิจรูปแบบนี้ไม่ยั่งยืน
 5. การจ่ายผลตอบแทนรายได้และตำแหน่งจะขึ้นอยู่กับการทำงานของผู้ขาย นั่นคือรายได้จะมาจากยอดขายที่ขายสินค้าได้  5. ตำแหน่งที่ระบบสามารถซื้อได้
 6. การก่อตั้งธุรกิจขึ้นอยู่กับการขายสินค้าคุณภาพ ซึ่งคุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไป ผู้ขายจะให้ความสนใจในการขยายตลาดให้กว้างออกไป  6. ไม่เน้นการขายสินค้าให้ผู้บริโภค แต่ผลกำไรจะมาจากสมาชิกที่สมัครใหม่ ซึ่งจะต้องซื้อสินค้าตุน เพราะถูกบังคับให้ซื้อตามระบบสมาชิกใหม่ จะต้องแบกรับภาระกับสินค้าที่ตนขายไม่ได้ และเมื่อระบบปิระมิดนี้ล้มพังลง ตนก็จะไม่ได้รับเงินลงทุนกลับคืนมาเลย

 7. มีนักขายอิสระที่อาศัยการขายสินค้าเพื่อสร้างรายได้  7. ฉ้อฉล หลอกลวงให้คนเข้ามาในระบบ
 8. มีกฎระเบียบที่เข้มงวดในการดำเนินธุรกิจโดยเฉพาะมีข้อห้ามมิให้ผู้ขายกักตุนสินค้า  8. ผู้เขาร่วมจะต้องจ่ายค่าธรรมเนียมในการสมัครสูง หรือจ่ายค่าสินค้า โดยถูกบังคับให้ซื้อในตอนที่สมัคร
 9. ผู้ขายจะเน้นในเรื่องการขายสินค้า และการให้บริการหลังการขายอย่างต่อเนื่อง  9. เน้นการรับสมัครสมาชิกใหม่ และบังคับให้ซื้อสินค้าเมื่อเริ่มสมัคร แต่จะไม่สนใจการขายสินค้าจริงๆ หรือการให้บริการหลังการขายแก่ลูกค้า
 10. ธุรกิจถูกต้องตามกฎหมายและเป็นการขายสินค้าอีกรูปแบบหนึ่งนอกเหนือจาก การขายตามห้าง หรือร้านค้าปลีก ซึ่งผู้บริโภคและบริษัทขายตรงก็ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย  10. เป็นระบบที่ผิดกฎหมายในสหรัฐอเมริกา ยุโรป และหลายประเทศในเอเชีย


แผนการจ่ายผลตอบแทนและการนำเสนอ

          1. สมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจ ต้องแสดงสถานภาพที่แท้จริงของตนให้ผู้บริโภคที่สนใจได้รับทราบ โดยผู้บริโภคไม่ต้องร้องขอ ทั้งนี้นับตั้งแต่เริ่มทำการเสนอขาย หรือเสนอแผนธุรกิจ
          2. สมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจ เข้าใจดีว่า การแนะนำสมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจหรือสมาชิกผู้บริโภครายใหม่มิได้ทำให้เกิดรายได้ เว้นแต่สมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจหรือสมาชิกผู้บริโภครายใหม่นั้นจะทำการสั่งซื้อผลิตภัณฑ์
          3. สมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจ ตระหนักดีว่า ความสำเร็จและผลตอบแทนนั้นจะเกิดขึ้นจากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ และการทุ่มเทเวลาในการสร้างและบริหารกลุ่มสมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจหรือสมาชิกผู้บริโภค
          4. ในกรณีที่บริษัทอนุมัติการคืนผลิตภัณฑ์โดยการคืนผลิตภัณฑ์นั้นจะต้องเป็นไปตามนโยบายและระเบียบข้อบังคับของบริษัทเรื่องการเปลี่ยน – คืนผลิตภัณฑ์และอุปกรณ์ส่งเสริมการขายสำหรับลูกค้าปลีกและสมาชิก ในการนี้สมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจยินยอมให้บริษัทเรียกผลตอบแทนที่ได้จ่ายให้แก่สมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจคืนทันที
          5. ในการเรียกผลตอบแทนคืนอันเกิดจากการคืนผลิตภัณฑ์ไม่ว่ากรณีใดๆ ก็ตาม บริษัทมีสิทธิ์โดยชอบธรรมในการให้สมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจ จ่ายผลตอบแทนจำนวนดังกล่าวคืนให้กับบริษัทโดยตรง หรือหักลบจากบัญชีผลตอบแทนค้างจ่ายเดิม หรือหักลบจากบัญชีผลตอบแทนพึงได้ในเดือนถัดไป
          6. ในการจ่ายผลตอบแทนแต่ละเดือนสำหรับสมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจ บริษัทจะจ่ายโดยการโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารของสมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจในนามสมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจเท่านั้น โดยสมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจจะต้องเป็นบุคคลที่มีชื่อปรากฏเป็นชื่อผู้สมัครหลักอยู่ในใบสมัครการเป็นสมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจเท่านั้น ในกรณีที่สมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจมิได้มอบสำเนาบัญชีธนาคารเงินฝากออมทรัพย์ให้แก่บริษัท บริษัทจะรวบรวมค่าคอมมิชชั่นและจ่ายให้ท่านในงวดถัดไปของการโอนเงินค่าคอมมิชชั่น ทั้งนี้การโอนเงินจะเกิดขึ้นต่อเมื่อสมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจได้ส่งสำเนาบัญูชีธนาคารให้แก่บริษัทเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
          7. บริษัทจะจ่ายผลตอบแทนให้กับสมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจโดยการโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารของสมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจในนามสมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจ ไม่ว่าสมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจจะได้รับผลตอบแทนเป็นจำนวนเท่าใดก็ตาม โดยจะมีค่าดำเนินการ 10 บาท สำหรับทุกๆ การโอนเงินในแต่ละครั้ง
          8. ในการนำเสนอแผนการจ่ายผลตอบแทนของบริษัท สมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจหรือสมาชิกเข้าใจดีว่าจะต้องให้รายละเอียดที่ถูกต้องครบถ้วนตามแผนการจ่ายผลตอบแทนของบริษัท
          9. สมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจหรือสมาชิกผู้บริโภค ไม่สามารถออกหนังสือในนามบริษัท เพื่อเชิญผู้มุ่งหวังให้มาฟังแผนปันผลตอบแทน หรือกระทำการใดๆ ที่จะทำให้ผู้มุ่งหวังเข้าใจผิด หรือหลอกลวงให้เชื่อว่าเป็นการเชิญที่เกี่ยวข้องกับโอกาสที่จะได้รับการจ้างงาน 

บทที่ 6: การยกเลิกการเป็นสมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจหรือสมาชิกผู้บริโภค
  1. สมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจหรือสมาชิกผู้บริโภค สามารถลาออกจากการเป็นสมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจหรือสมาชิกผู้บริโภค โดยการแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรถึงบริษัท และใบลาออกจะมีผลเมื่อบริษัทได้ลงวันที่รับในใบลาออกนั้นๆ
  2. กรณีที่สมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจหรือสมาชิกผู้บริโภคได้ลาออกจากการเป็นหุ้นส่วนธุรกกิจหรือสมาชิกผู้บริโภคแล้วต้องการสมัครเป็นสมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจ หรือสมาชิกผู้บริโภคใหม่ จะต้องมีระยะเวลาการลาออกอย่างน้อย 6 เดือนนับแต่วันที่บริษัทได้รับใบลาออกจนถึงวันที่สมัครใหม่
  3. ในช่วงเวลาที่สมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจหรือสมาชิกผู้บริโภคลาออกแล้ว และยังไม่สามารถสมัครเป็นสมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจหรือสมาชิกผู้บริโภคใหม่กับบริษัทได้ สมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจหรือสมาชิกผู้บริโภคไม่สามารถทำกิจกรรมใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเป็นสมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจหรือสมาชิกผู้บริโภค กิจกรรมของสมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจหรือสมาชิกผู้บริโภคดังกล่าว หมายถึง
    - การแนะนำผู้มุ่งหวัง
    - การสั่งซื้อผลิตภัณฑ์
    - การจำหน่ายผลิตภัณฑ์
    - การเข้าร่วมประชุมสัมมนากับสมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจหรือสมาชิกผู้บริโภคอื่น
    - การรับผลตอบแทนจากสมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจ คนใดคนหนึ่ง
     - การเข้าไปมีส่วนร่วมในการทำธุรกิจ ทั้งทางตรงและทางอ้อมกับสมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจปัจจุบัน
  4. บริษัทสงวนสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียวในการพิจารณายกเลิกการเป็นหุ้นส่วนธุรกิจหรือสมาชิกผู้บริโภค
  5. ในกรณีที่สมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจหรือสมาชิกผู้บริโภคไม่ปฏิบัติตามนโยบายและระเบียบข้อบังคับของบริษัท และหรือในกรณีอื่นใดที่บริษัทเห็นว่าอาจจะส่งผลหรือเสียหายต่อบริษัทหรือบุคคลอื่น
  6. หากบริษัทพบว่าข้อมูลในใบสมัครของผู้สมัครที่ให้ไว้กับบริษัทไม่ตรงกับความเป็นจริง บริษัทสามารถประกาศให้การเป็นสมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจหรือสมาชิกผู้บริโภคเป็นโมฆะได้
  7. ในกรณีที่สมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจ แสดงข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทหรือแผนการจ่ายผลตอบแทนอย่างบิดเบือน ซึ่งทำให้เกิดความเสียหายต่อบริษัท บริษัทสามารถยกเลิกการเป็นสมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจได้ทันที
บทที่ 7: การสั่งซื้อผลิตภัณฑ์และอุปกรณ์ส่งเสริมการขาย
  1. การสั่งซื้อผลิตภัณฑ์และอุปกรณ์ส่งเสริมการขาย สามารถทำได้โดยการสั่งซื้อด้วยตนเองที่ สาขาเอสเนเจอร์ หรือ ส่งใบสั่งซื้อผลิตภัณฑ์และอุปกรณ์ส่งเสริมการขาย ทางโทรสาร หรือวิธีอื่นๆ ที่บริษัทมีการให้บริการ
  2. สำหรับการสั่งซื้อผลิตภัณฑ์และอุปกรณ์ส่งเสริมการขายจาก สาขาเอสเนเจอร์ บริษัทจะรับชำระค่าผลิตภัณฑ์และอุปกรณ์ส่งเสริมการขายด้วยเงินสด หรือบัตรเครดิตที่บริษัทยอมรับ หรือการโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารของบริษัทล่วงหน้า หรือวิธีอื่นๆ ที่บริษัทมีให้บริการ
  3. การสั่งซื้อผลิตภัณฑ์เพื่อนำไปคำนวณผลตอบแทน และพิจารณาคุณสมบัติของสมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจ ในเดือนใดเดือนหนึ่ง สมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจหรือสมาชิกจะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันที่บริษัทได้กำหนดไว้
  4. สมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจหรือสมาชิกผู้บริโภคไม่สามารถผลิตอุปกรณ์ส่งเสริมการขายโดยใช้ชื่อ เครื่องหมายการค้า สัญลักษณ์ ผลิตภัณฑ์ ตราผลิตภัณฑ์ ต่างๆ ของธุรกิจเครือข่าย เอสเนเจอร์  ของบริษัท เว้นแต่ได้รับอนุมัติให้ดำเนินการเป็นลายลักษณ์อักษรจากบริษัทเท่านั้น
  5. บริษัทสงวนสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียวในการเปลี่ยนแปลงราคาผลิตภัณฑ์และอุปกรณ์ส่งเสริมการขาย
บทที่ 8: การเปลี่ยน-คืน ผลิตภัณฑ์สำหรับสมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจ สมาชิกผู้บริโภคและลูกค้าปลีก
  1.  1.   บริษัทมีนโยบายในการรับเปลี่ยนผลิตภัณฑ์ที่เกิดจากสาเหตุดังต่อไปนี้              
                   - ผลิตภัณฑ์ไดัรับความเสียหายระหว่างการขนส่ง               
                   - ความผิดพลาดเนื่องจากการจัดส่งผลิตภัณฑ์ไม่ถูกต้องตามที่สั่งซื้อ
                   - ผลิตภัณฑ์ชำรุดเสียหายแต่แรก
                   - คุณภาพของผลิตภัณฑ์ไม่ได้มาตรฐาน
    โดยบริษัทจะทำการเปลี่ยนผลิตภัณฑ์ตามที่สมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจหรือสมาชิกผู้บริโภคร้องขอทันที หากบริษัทไม่สามารถจัดหาผลิตภัณฑ์ชิ้นใหม่ให้ได้ บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการออกคูปองตามมูลค่าของผลิตภัณฑ์ นั้น เพื่อให้สมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจ หรือสมาชิกผู้บริโภคนำไปใช้ในการสั่งซื้อครั้งต่อไป
  2. บริษัทมีนโยบายรับประกันความพึงพอใจของผลิตภัณฑ์สำหรับลูกค้า ลูกค้าสามารถเปลี่ยน-คืนผลิตภัณฑ์ของตนได้ภายใน 7 วัน นับจากวันที่สั่งซื้อ โดยลูกค้าสามารถนำผลิตภัณฑ์ที่ยังไม่ได้ใช้หรือใช้แล้วในปริมาณไม่เกินร้อยละ 25 (ผลิตภัณฑ์เหลือไม่ต่ำกว่าร้อยละ 75) ของปริมาณผลิตภัณฑ์ในบรรจุภัณฑ์ พร้อมกับใบส่งของ/ใบเสร็จรับเงิน ส่งคืนให้แก่สมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจ ที่เป็นผู้จำหน่ายผลิตภัณฑ์นั้น สมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจจะทำการเปลี่ยนผลิตภัณฑ์ให้แก่ลูกค้าเท่ากับมูลค่าที่จำหน่ายให้ในตอนต้น หรือติดต่อขอคืนโดยตรงกับบริษัทภายใน 7 วัน พร้อมใบส่งของ/ใบเสร็จรับเงิน โดยบริษัทจะอนุญาตให้เปลี่ยน-คืนสินค้าที่อยู่ในเกณฑ์รับเปลี่ยน-คืนได้ซึ่งบริษัทจะทำการจ่ายคืนเป็นคูปองให้แก่ลูกค้าตามมูลค่าราคาที่ได้ซื้อไป ดังในใบเสร็จรับเงินที่ปรากฎ
  3. บริษัทมีนโยบายรับเปลี่ยน-คืนผลิตภัณฑ์สำหรับสมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจ หรือสมาชิกผู้บริโภค (ยกเว้นสินค้าบางประเภทที่บริษัทกำหนดเงื่อนไขให้เป็นอย่างอื่น โดยสมาชิกสามารถพิจารณาได้จากใบรับประกันและเงื่อนไขการคืนสินค้าที่แนบมากับสินค้านั้น)
    1. บริษัทมีนโยบายรับเปลี่ยนผลิตภัณฑ์สำหรับสมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจ โดยสมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจสามารถนำผลิตภัณฑ์ที่ยังไม่ได้ใช้หรือใช้แล้วในปริมาณไม่เกินร้อยละ 25 (ผลิตภัณฑ์เหลือไม่ต่ำกว่าร้อยละ 75) ของปริมาณผลิตภัณฑ์ในบรรจุภัณฑ์ พร้อมกับต้นฉบับใบเสร็จรับเงินเพื่อทำเรื่องขอเปลี่ยนด้วยตนเองได้ที่ สาขาเอสเนเจอร์  ทั้งนี้สมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจที่ต้องการเปลี่ยนผลิตภัณฑ์ภายใต้นโยบายดังกล่าวจะต้องแจ้งความจำนงเป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อขอเปลี่ยน-คืนผลิตภัณฑ์ภายใน 7วัน นับจากวันที่สั่งซื้อ ในการเปลี่ยนผลิตภัณฑ์ที่เปิดใช้แล้ว บริษัทจะทำการเปลี่ยนเป็นผลิตภัณฑ์เดิมชิ้นใหม่ให้ แต่หากบริษัทไม่สามารถจัดหาผลิตภัณฑ์เดิมชิ้นใหม่ใหัได้ บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการออกเป็นคูปองเพื่อใช้ซื้อสินค้าครั้งต่อไป
    2. บริษัทมีนโยบายรับคืนผลิตภัณฑ์สำหรับสมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจ โดยสมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจสามารถนำผลิตภัณฑ์ที่ยังไม่ได้ใช้และอยู่ในสภาพดีหรือผลิตภัณฑ์ที่ใช้แล้วในปริมาณไม่เกินร้อยละ 25 (ผลิตภัณฑ์เหลือไม่ต่ำกว่าร้อยละ 75) พร้อมกับต้นฉบับใบเสร็จรับเงินเพื่อทำเรื่องขอคืนด้วยตนเองได้ที่ สาขาเอสเนเจอร์ที่ ทั้งนี้สมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจที่ต้องการคืนผลิตภัณฑ์ภายใต้นโยบายดังกล่าวจะต้องแจ้งความจำนงเป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อขอคืนผลิดภัณฑ์ภายใน7 วัน นับจากวันที่สั่งซื้อ สำหรับการคืนผลิตภัณฑ์ บริษัทจะออกคูปองตามมูลค่าผลิตภัณฑ์ที่สั่งซื้อตามใบเสร็จรับเงินที่แนบมาคืนให้แก่สมาชิก เพื่อนำไปใช้ในการสั่งซื้อครั้งต่อไป
    3. บริษัทมีนโยบายรับคืนผลิตภัณฑ์สำหรับสมาชิกผู้บริโภค โดยสมาชิกผู้บริโภคสามารถนำผลิตภัณฑ์ที่ยังไม่ได้ใช้และอยู่ในสภาพดีหรือผลิตภัณฑ์ที่ใช้แล้วในปริมาณไม่เกินร้อยละ 25 (ผลิตภัณฑ์เหลือไม่ต่ำกว่าร้อยละ 75)  พร้อมกับต้นฉบับใบเสร็จรับเงินมาเพื่อทำเรื่องขอคืนด้วยตนเองได้ที่ สาขาเอสเนเจอร์  ทั้งนี้สมาชิกผู้บริโภคที่ต้องการคืนผลิตภัณฑ์ภายใต้นโยบายดังกล่าวจะต้องแจ้งความจำนงเป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อขอคืนผลิตภัณฑ์ภายใน 7 วันนับจากวันที่สั่งซื้อ สำหรับการคืนผลิตภัณฑ์ บริษัทจะออกคูปองตามมูลค่าของผลิตภัณฑ์ที่สั่งซื้อในใบเสร็จรับเงินที่แนบมาคืนให้แก่สมาชิกผู้บริโภค เพื่อนำไปใช้ในการสั่งซื้อครั้งต่อไป
  4. ในการคืนผลิตภัณฑ์ บริษัทขอสงวนสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียวที่จะกำหนดให้สมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจจ่ายผลตอบแทนคืนบริษัท ตามที่บริษัทได้จ่ายให้แก่สมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจ รวมถึงการคืนผลิตภัณฑ์ที่มีผลกระทบต่อยอดขายส่วนบุคคล หรือของกลุ่มสมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจที่บริษัทได้ทำการจ่ายตอบแทนไปก่อนหน้านี้แล้ว การเรียกคืนผลตอบแทนอันเกิดจาก การคืนผลิตภัณฑ์ใม่ว่ากรณีใดๆ ก็ตาม บริษัทมีสิทธิ์โดยชอบธรรมในการให้สมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจ จ่ายคืนผลตอบแทนจำนวนดังกล่าวให้กับบริษัทโดยตรง หรือหักลบจากบัญชีผลตอบแทนค้างจ่ายเดิม หรือหักลบจากบัญชีผลตอบแทนพึงได้ในเดือนถัดไป
บทที่ 9: การโฆษณาและการใช้ ชื่อ เครื่องหมายการค้าธุรกิจเครือข่าย เอสเนเจอร์ ของบริษัท
  1. สมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจ หรือสมาชิกผู้บริโภค ยอมรับและเข้าใจดีว่า ชื่อ เครื่องหมายการค้า สัญลักษณ์ผลิตภัณฑ์ ตราผลิตภัณฑ์ ต่างๆ รูปภาพ และอุปกรณ์ส่งเสริมการขาย ของธุรกิจเครือข่าย เอสเนเจอร์ ของบริษัท เป็นลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียวของบริษัท ห้ามมิให้ทำซ้ำ ลอกเลียนแบบ หรือนำไปใช้โดยมิได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรล่วงหน้าจากบริษัท
  2. สมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจ หรือสมาชิกผู้บริโภคไม่สามารถใช้รูปแบบของสื่อโฆษณาใดๆ เช่น วิทยุ โทรทัศน์ นิตยสาร หนังสือพิมพ์ อินเทอร์เนต เป็นต้น ในการส่งเสริมหรือนำเสนอโอกาสในการดำเนินธุรกิจ เพื่อการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของบริษัท เว้นแต่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากบริษัท
  3. บริษัทไม่รับผิดชอบในกรณีสมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจ หรือสมาชิกผู้บริโภคแจกใบปลิวผลิตภัณฑ์ หรือใบปลิวที่เกี่ยวกับโอกาสในการดำเนินธุรกิจในที่สาธารณะหรือการเผยแพร่โดยการส่งไปรษณีย์ถึงผู้รับจำนวนมากๆ โดยความเสียหายที่เกิดขึ้นสมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจหรือ สมาชิกผู้บริโภค จะต้องรับผิดชอบแต่เพียงฝ่ายเดียว
  4. สมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจ หรือสมาชิกผู้บริโภคไม่สามารถนำชื่อหรือถ้อยคำส่วนหนึ่งส่วนใดของคำว่าธุรกิจเครือข่าย เอสเนเจอร์ ของบริษัท หรือสัญลักษณ์ของศรีไทยซุปเปอร์แวร์ หรือคำอื่นๆ ที่ใกล้เคียงกัน นำไปใช้ นำไปจดทะเบียน หรือพยายามที่จะจดทะเบียนให้เป็นส่วนหนึ่งของชื่อนิติบุคคล ชื่อกลุ่ม หรือธุรกิจใดๆ
  5. ห้ามมิให้สมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจ หรือสมาชิกผู้บริโภคสัมภาษณ์กับสื่อใดๆ ในกรณีที่ได้รับการติดต่อจากสื่อต่างๆ เพื่อขอสัมภาษณ์เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจของบริษัท ให้สมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจหรือสมาชิกผู้บริโภคแนะนำสื่อให้ติดต่อโดยตรงกับเจ้าหน้าที่ ของบริษัท เพื่อให้บริษัทพิจารณาถึงความเหมาะสมของการสัมภาษณ์นั้นๆ
  6. สมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจ หรือสมาชิกผู้บริโภคไม่สามารถลอกเลียนแบบ ทำซ้ำ ทำการบรรจุใหม่ ติดฉลากใหม่หรือเปลี่ยนแปลงฉลากผลิตภัณฑ์ รวมถึงข้อมูลและแผนการตลาดของบริษัท
  7. การใช้นามบัตรสมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจ จะต้องใช้นามบัตรตามรูปแบบ และสีที่บริษัทกำหนดไว้โดยสมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจ จะสั่งพิมพ์กับทางบริษัท หรือพิมพ์เองก็ได้

บทที่ 10: การจำหน่ายผลิตภัณฑ์
  1. สมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจ จะต้องรับผิดชอบภาระภาษีอันเกิดจากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์หรือจากผลตอบแทนใดๆ ที่ได้รับ
  2. สมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจ เข้าใจดีว่าการจำหน่ายผลิตภัณฑ์จะต้องทำแบบตัวต่อตัวระหว่างสมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจและผู้บริโภคเท่านั้น
  3. สมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจไม่สามารถจัดรายการส่งเสริมการขายผลิตภัณฑ์เพื่อสมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจหรือสมาชิกผู้บริโภคภายนอกกลุ่มของตน รวมทั้งไม่สามารถจัดรายการส่งเสริมการขายที่เป็นสาธารณะ และการจัดรายการส่งเสริมการขายจะต้องทำเพื่อจุดประสงค์ในการสนับสนุนการทำธุรกิจภายในกลุ่มสมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจหรือสมาชิกผู้บริโภคของตนเท่านั้น
  4. สมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจ ต้องไม่จำหน่าย จัดแสดงผลิตภัณฑ์และอุปกรณ์ส่งเสริมการขายของบริษัท ผ่านร้านค้าปลีก ร้านค้าส่ง ร้านขายยา สถานศึกษา ร้านสหกรณ์ งานแสดงสินค้า ตลาด หรือที่สาธารณะต่างๆ ที่มีกิจกรรมใก้ลเคียงกับลักษณะดังกล่าว รวมถึงกระทำผ่านอินเทอร์เน็ต เว้นแต่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากบริษัท ทั้งนี้สมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจจะต้องยื่นเอกสารแสดงความจำนง พร้อมรายละเอียดของกิจกรรมที่จะเข้าร่วมมายังบริษัทล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วัน
  5. สมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจ ต้องไม่จำหน่ายหรือจัดส่งผลิตภัณฑ์และอุปกรณ์ส่งเสริมการขายของบริษัท ให้กับบุคคลใดก็ตามที่มีจุดประสงค์ที่จะนำผลิตภัณฑ์และอุปกรณ์ดังกล่าวไปจำหน่ายยังร้านค้าปลีก ร้านค้าส่งหรือสถานที่ใดที่มีลักษณะใกล้เคียงกันอีกทอดหนึ่ง
  6. ในการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ สมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจ จะต้องนำเสนออย่างมีจรรยาบรรณและให้ข้อมูลที่ถูกต้อง และครบถ้วนแก่ลูกค้า เพื่อให้ลูกค้ามีข้อมูลประกอบการตัดสินใจ รวมทั้งต้องให้อิสระในการตัดสินใจของลูกค้า
บทที่ 11: การโอนสิทธิ์ และการเปลี่ยนชื่อสมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจ
  1. สมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจ สามารถโอนสิทธิ์ในการเป็นสมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจให้กับบุคคลซึ่งเป็นทายาทได้ ในการนี้ให้รวมถึงผลตอบแทนทั้งหมดที่มีอยู่ในรหัสสมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจนั้น โดยผู้รับโอนสิทธิ์จะต้องเป็นบุคคลที่เป็นทายาทหรือเป็นบุคคลที่มีสิทธิ์ตามคำสั่งศาล ทั้งนี้สมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจที่ต้องการโอนสิทธิ์จะต้องยื่นเอกสารแจ้งความจำนงมายังบริษัทล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วัน เพื่อให้บริษัทพิจารณาและดำเนินการ พร้อมกันนั้นหากมีรายได้หรือยอดเงินค้างอยู่ในระบบจะต้องทำการสะสางให้เรียบร้อยก่อนการโอนสิทธิ์ การโอนสิทธิ์จะเสร็จสมบูรณ์ก็ต่อเมื่อสมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจได้รับการยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษรจากบริษัท
  2. หากสมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจเสียชีวิตกระทันหัน สาบสูญ ไร้ความสามารถ เสมือนไร้ความสามารถ หรือล้มละลาย บริษัทจะโอนสิทธิ์ในการร่วมธุรกิจให้กับบุคคลตามที่ศาลมีคำสั่งเท่านั้น ทั้งนี้ จะต้องมีการยื่นเอกสารทางกฎหมายที่เหมาะสมให้กับบริษัท
  3. สมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจที่โอนสิทธิ์ให้กับทายาทแล้วไม่สามารถทำกิจกรรมใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเป็นสมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจ กิจกรรมของสมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจดังกล่าว หมายถึง
               - การแนะนำผู้มุ่งหวัง
               - การสั่งซื้อผลิตภัณฑ์
               - การจำหน่ายผลิตภัณฑ์
               - การเข้าร่วมประชุมสัมมนากับสมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจอื่น
               - การรับผลตอบแทนจากสมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจคนใดคนหนึ่ง
               - การเข้าไปมีส่วนร่วมในการทำธุรกิจ ทั้งทางตรงและทางอ้อมกับสมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจปัจจุบัน
  4. บริษัทขอสงวนสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียวที่จะพิจารณาอนุมัติหรือปฏิเสธคำร้องของสมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจในการโอนสิทธิ์ และการเปลี่ยนชื่อสมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจโดยมิต้องแจ้งเหตุผลให้ทราบ
บทที่ 12: การละเมิดนโยบายและระเบียบข้อบังคับ
1. สมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจและสมาชิกผู้บริโภคเข้าใจดีว่า จะต้องปฏิบัติตามนโยบายและระเบียบข้อบังคับของบริษัท เพื่อคงไว้ซึ่งการเป็นสมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจและสมาชิกผู้บริโภค
2. การละเมิดนโยบายและระเบียบข้อบังคับของบริษัท หมายถึง การปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหรือส่งเสริมสนับสนุนให้เกิดการกระทำใดๆ ที่เป็นการขัดต่อนโยบายหรือระเบียบข้อบังคับของบริษัท อันได้แก่
               - ไม่ขายสินค้าตามราคาที่บริษัทกำหนด
               - การนำเสนอโอกาสในการดำเนินธุรกิจ หรือแผนการจ่ายผลตอบแทนไม่ตรงตามความเป็นจริง หรือไม่ถูกต้อง
               - การโฆษณา การใช้ชื่อ เครื่องหมายการค้า สัญลักษณ์ผลิตภัณฑ์ ตราผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของธุรกิจเครือข่ายเอสเนเจอร์ ของบริษัท
               - การจำหน่าย จัดแสดงผลิตภัณฑ์และอุปกรณ์ส่งเสริมการขายของบริษัท ผ่านร้านค้าปลีก ร้านค้าส่ง ร้านขายยา สถานศึกษา งานเเสดงสินค้า ตลาด หรือที่สาธารณะต่างๆ ที่มีกิจกรรมใกล้เคียงกับลักษณะดังกล่าว
               - การชักชวนกลุ่มสมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจหรือสมาชิกผู้บริโภคอื่นให้สั่งซื้อผลิตภัณฑ์ภายใต้รหัสสมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจ หรือสมาชิกผู้บริโภคของกลุ่มตนเอง
               - การกระทำ  หรือการละเว้นการกระทำอื่นใดที่มีผลทำให้บริษัทเชื่อว่าเป็นการขัดต่อนโยบาย และระเบียบข้อบังคับของบริษัท และอาจสร้างความเสียหายให้กับบริษัท
           3. หากสมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจหรือสมาชิกผู้บริโภคไม่สามารถปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติตามนโยบายและระเบียบข้อบังคับของบริษัทที่กำหนดไว้ บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการดำเนินการตามขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่ง หรือหลายขั้นตอนต่อไปนี้ตามที่บริษัทเห็นสมควร
             - บอกกล่าวเป็นลายลักษณ์อักษรไปยังสมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจ หรือสมาชิกผู้บริโภคให้ทราบถึงข้อมูลที่บริษัทได้รับมาเกี่ยวกับการละเมิดนโยบาย และระเบียบข้อบังคับของบริษัท เพื่อให้สมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจหรือสมาชิกผู้บริโภคหยุดการกระทำใดๆ ที่เป็นการขัดต่อนโยบายและระเบียบข้อบังคับของบริษัท
             - เข้าไปดูแลการปฏิบัติงานของสมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจอย่างใกล้ชิด เพื่อให้แน่ใจว่าสมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจ หรือสมาชิกผู้บริโภคได้ปฏิบัติตามนโยบาย และระเบียบข้อบังคับของบริษัทอย่างเคร่งครัด
              - ระงับสิทธิ์การเข้าร่วมสัมมนา และการเข้าร่วมรายการส่งเสริมการขาย
              - ระงับการสั่งซื้อผลิตภัณฑ์ และระงับการเป็นผู้แนะนำชั่วคราว
              - ไม่ให้สิทธิพิเศษรวมทั้งรางวัลตอบแทนในบางโอกาส
              - เพิกถอนการให้รางวัล การประกาศเกียรติคุณในสิ่งตีพิมพ์ต่างๆ และแสดงการยอมรับในงานต่างๆ ของบริษัท
              - ปรับ หรือจำกัดจำนวน หรือระงับ หรืองดเว้นการจ่ายผลตอบแทน
              - ยกเลิกการเป็นสมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจหรือสมาชิกผู้บริโภค
              - และหรือ มาตรการใดๆ ที่บริษัทเห็นสมควร
4.  ขั้นตอนต่างๆ ในการตรวจสอบข้อเท็จจริงของการละเมิดนโยบายและระเบียบข้อบังคับของบริษัท มีดังนี้
              - สมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจสามารถแจ้งข้อมูลการละเมิดหรือฝ่าฝืนเป็นลายลักษณ์อักษรมายังบริษัท โดยส่งถึงฝ่ายพัฒนาธุรกิจขายตรง
              - บริษัทจะแจ้งเตือนด้วยวาจาหรือลายลักษณ์อักษรถึงสมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจที่ละเมิดนโยบายและระเบียบข้อบังคับของบริษัท เพื่อให้หยุดการกระทำหรือให้แก้ไขการกระทำใดๆ ที่เป็นการละเมิดให้ถูกต้อง ทั้งนี้ สมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจจะต้องตอบกลับเป็นลายลักษณ์อักษรมายังบริษัท เพื่อยืนยันถึงความตั้งใจในการที่จะปฏิบัติตามนโยบายและระเบียบข้อบังคับของบริษัทภายในระยะเวลาที่บริษัทกำหนด
              - คณะกรรมการของบริษัท ผู้มีหน้าที่ดูเเลนโยบายและระเบียบข้อบังคับของสมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจและสมาชิกผู้บริโภค จะทำการพิจารณาตรวจสอบข้อเท็จจริงจากข้อมูลทั้งหมดที่บริษัทได้รับ หรือที่บริษัทมีอยู่ และข้อมูลเพิ่มเติมอื่นๆแล้วจะสรุปมาตรการต่างๆ ที่บริษัทเห็นควรดำเนินการ
5. บริษัทขอสงวนสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียวในการพิจารณาชี้ขาดถึงมาตรการต่างๆ ที่บริษัทเห็นควรดำเนินการ และให้ถือคำตัดสินของบริษัทเป็นที่สิ้นสุด
6. ในระหว่างการพิจารณาเรื่องการละเมิดนโยบายและระเบียบข้อบังคับของสมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจหรือสมาชิกผู้บริโภคคนใดก็ตาม บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการที่จะห้ามมิให้สมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจหรือสมาชิกผู้บริโภคคนนั้นดำเนินการใดๆ เป็นการชั่วคราว เช่น การรับผลตอบแทน การสั่งซื้อผลิตภัณฑ์ การเป็นผู้แนะนำ เป็นต้น
7. บริษัทสามารถดำเนินการเรียกร้องค่าเสียหายจากสมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจหรือสมาชิกผู้บริโภคได้ ในกรณีที่สมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจหรือสมาชิกผู้บริโภคทำให้บริษัทเสื่อมเสียชื่อเสียง ไม่ว่าจะทางตรงหรือทางอ้อม

บทที่ 13: รายชื่อสมาชิก ธุรกิจเครือข่าย เอสเนเจอร์
          รายชื่อสมาชิก ธุรกิจเครือข่าย เอสเนเจอร์ ของบริษัท ไม่ว่าจะเป็นประเภทสมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจหรือสมาชิกผู้บริโภคถือเป็นความลับทางการค้าของบริษัท ทั้งยังเป็นทรัพย์สินที่มีค่ายิ่งทางธุรกิจ สมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจและสมาชิกผู้บริโภคทุกคนที่ได้รับรายชื่อจากบริษัทไปจะต้องรับรองว่า
  • จะนำไปใช้เพื่อสนับสนุนการขายและช่วยเหลือกลุ่มสมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจและสมาชิกผู้บริโภคของตนในการดำเนินธุรกิจเครือข่าย เอสเนเจอร์ ของบริษัท เท่านั้น
  • จะรักษาข้อมูลรายชื่อดังกล่าวไว้เป็นความลับ จะไม่เปิดเผยรายชื่อให้กับบุคคลอื่นๆ  หากมีการละเมิดเงื่อนไขดังกล่าว จะถูกดำเนินการตามขั้นตอนที่บริษัทเห็นสมควร
บทที่ 14: บททั่วไป
  1. นโยบายและระเบียบข้อบังคับนี้ตีความกฎหมายของประเทศไทย
  2. บริษัทมีสิทธิ์ในการแก้ไข เปลี่ยนแปลงเงื่อนไขการเป็นสมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจเละสมาชิกผู้บริโภค และสิทธิ์ต่างๆ ที่ให้แก่สมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจและสมาชิกผู้บริโภคได้ ทั้งนี้ในการแก้ไข เปลี่ยนแปลงข้อสัญญาใดๆ บริษัทจะแจ้งการแก้ไขเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเป็นลายลักษณ์อักษรให้สมาชิกหุ้นส่วนธุรกิจ และสมาชิกผู้บริโภคทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วัน เว้นแต่กรณีเร่งด่วน บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไขเปลี่ยนแปลงโดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
  3. หัวเรื่องที่ปรากฏในนโยบายและระเบียบข้อบังคับนี้ใช้เพื่ออ้างอิงเท่านั้น มิได้มีผลใดๆ กับเงื่อนไขทั้งสิ้น